prev next
 

เลือกโคมไฟอย่างไร

โคมไฟดาวน์ไลท์...เป็นโคมที่มักติดเพื่อให้แสงสว่างเท่ากันทั่วทั้งบริเวณ สามารถใช้ทุกห้องในบ้าน และควรใช้ควบคู่กับโคมประเภทอื่นๆด้วย เพื่อไม่ให้ห้องของคุณดูแบนเกินไป แต่ถ้าคุณอยากใช้ไฟดาวน์ไลท์อย่างเดียว คุณอาจเพิ่มมิติได้ด้วยการเลือกใช้หลอดไฟที่มีมุมแคบกว้างต่างกัน นอกจากนี้ยังมีโคมไฟคล้ายๆดาวน์ไลท์นั่นคืออัพไลท์ เพียงแต่มันเป็นโคมที่ติดอยู่บนพื้นและส่องขึ้นแทนที่จะติดอยู่บนเพดานและส่องลงเหมือนดาวน์ไลท์ ซึ่งอัพไลท์จะช่วยเป็นจุดนำสายตาและสร้างความน่าสนใจในสเปซ แต่ข้อเสียคือเปลือง และอาจแยงตาได้ ทำให้อาจไม่ค่อยนำมาใช้ในบ้านมากนัก แต่อาจจะนำไปใช้ตกแต่งสวนนอกบ้านมากกว่า ข้อควรระวังของโคมนี้คืออาจมีการนำไปใช้ในบริเวณที่เปียกหรือมีความชื้น เช่นบริเวณฝักบัวอาบน้ำ ซึ่งควรมีฝาปิดตัวโคมเพื่อป้องกันการเสียหายค่ะ

โคมไฟห้อย...การทำให้ห้องที่ดูธรรมดาๆมีความน่าสนใจขึ้น คุณอาจเลือกที่จะแขวนโคมไฟขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงน่าสนใจแต่ยังดูเข้ากับสไตล์ของบ้านคุณ แต่โคมใหญ่ๆหรือโคมประเภทแชนเดอเลียร์ ไม่ควรติดในห้องที่เพดานเตี้ย เพราะจะยิ่งทำให้ดูอึดอัดค่ะนอกจากนี้คุณอาจเลือกรูปทรงของโคมไฟจากรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ในห้อง จะทำให้ดูกลมกลืนกัน หรืออาจเป็นการเลือกสไตล์ของโคมไฟให้เป็นไปในแนวเดียวกับสไตล์ของห้อง เช่น ห้องแบบคลาสสิค ก็เลือกโคมที่ดูหลุยส์หรือวินเทจไปเลย นอกจากนี้การใช้ซ้ำในแง่ของจำนวนโคมไฟ ก็สามารถช่วยให้เป็นเส้นนำสายตา เหมาะกับพื้นที่บริเวณเหนือเคาน์เตอร์ยาวๆ เช่น เคาน์เตอร์เตรียมอาหารแบบโชว์ครัว เป็นต้น นอกจากเรื่องของรูปทรง คุณยังสามารถเล่นสนุกกับสีสัน อาจเลือกใช้โคมที่ตัวโคมมีสี จะทำให้แสงที่ผ่านออกมาดูน่าสนใจ จัดเป็น Decorative Light ซึ่งต้องระวังว่าในบริเวณที่เล่นสีของแสงมีการใช้งานประเภทอ่านหนังสือ หรือใช้คอมพิวเตอร์หรือไม่ ซึ่งสีอาจไปรบกวนการทำงานได้

โคมไฟตั้งโต๊ะ/โคมไฟตั้งพื้น...โคมไฟตั้งโต๊ะและตั้งพื้นส่วนใหญ่ มักจะถูกเลือกให้เป็นแสงสว่างที่ใช้ในการทำงาน มีวัตถุประสงค์ของการจัดวาง เช่น ใช้อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หรือทำงาน เป็นต้น ซึ่งการเลือกโคมไฟชนิดนี้มักเลือกตามขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้องและเฟอร์นิเจอร์ข้างเคียง เพราะมีผลต่อความสว่างที่จะได้รับ ถ้าเป็นโคมตั้งโต๊ะมักใช้ขนาดเล็กๆ แต่ถ้าห้องมีความสูงมากหรือโล่งทะลุ 2 ชั้น ก็เลือกใช้ขนาดใหญ่ไปเลยค่ะ นอกจากนี้ควรคำนึงถึงระยะความสูงจากฐานโคมถึงใต้โคมบังไฟด้วยค่ะ เพราะปัจจุบันโคมไฟบางรุ่นมักจะมีโคมบังไฟหรือ Shade ที่ค่อนข้างทึบ ทำให้แสงส่วนใหญ่จากโคมจะลอดออกมาจากด้านบนและด้านล่างของโคมบังไฟเท่านั้น ดังนั้นหากเราจะเลือกซื้อโคมไฟสำหรับใช้อ่านหนังสือ เราควรจะคำนวณระยะความสูงที่ทำให้ได้แสงเต็มที่

โคมไฟกิ่ง...อาจจะไม่ค่อยมีการเลือกใช้เป็นไฟหลักในบ้าน แต่นิยมติดบริเวณทางเดินเพื่อให้แสงสว่างพอประมาณ อาจเป็นของตกแต่งบนผนังได้ด้วย มีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ แบบดั้งเดิมมักจะอยู่ในรูปของโป๊ะที่ยื่นออกมาจากผนัง ส่วนแบบสมัยใหม่มีหลายแบบส่วนมากมักจะติดเป็นคู่ การกระจายของแสงขึ้นอยู่กับรูปร่างของโคม การใช้ไฟกิ่งยังนิยมใช้บริเวณเคาน์เตอร์ห้องน้ำที่มีการแต่งหน้า โดยไม่ต้องมีโคมคลุมก็ได้ เพราะจะให้แสงสว่างโดยไม่เกิดเงาบนใบหน้าค่ะ

สปอตไลท์...ปัจจุบันบ้านสมัยใหม่อาจใช้ไฟประเภทนี้ เพราะให้ความรู้สึกที่ดูโมเดิร์น สามารถยืดหยุ่นได้มากที่สุดในการให้แสง ไม่เพียงแต่ใช้ในจุดที่ต้องการเน้น หรือสำหรับการทำงานเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ในการให้แสงสว่างทั่ว ๆ ไปก็ได้ โดยมีทั้งลำแสงแบบกว้าง จนกระทั่งถึงลำแสงแบบแคบเล็ก แม้ว่าโดยทั่วไปจะติดที่เพดาน แต่สปอตไลท์ก็สามารถนำมาติดกำแพงได้ด้วย จะใช้ดวงเดี่ยว ๆ หรือเรียงกันเป็นรางที่เรียกว่า Track Light มีทั้งสปอตไลท์แบบติดกับขาตั้งหรือสปอตไลท์พร้อมด้วยขาแบบหนีบที่เคลื่อนย้ายได้ตามต้องการ

แสงสว่างเป็นปัจจัยง่ายๆที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านของคุณได้มากนะคะ ไม่ว่าจะอยากให้ดูสงบ โรแมนติก หรือสนุกสนาน คุณก็สร้างสรรค์มันผ่านการเลือกใช้โคมได้ค่ะ ถ้ารู้จักเลือกอย่างเหมาะสม บ้านของคุณก็น่าอยู่ขึ้นได้ค่ะ  

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกโคมไฟฟ้า

ความปลอดภัยของโคม โคมไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานต้องได้รับมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ด้วย เช่น ต้องไม่มีคมจนอาจเกิดอันตราย ต้องมีระบบการต่อลงดินในกรณีที่ใช้กับฝ้าสูงเพื่อไม่เป็นอันตรายกับคนที่มาเปลี่ยนหลอด

ประสิทธิภาพของโคมไฟฟ้า(Luminaire efficiency) โคมไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานหมายถึงโคมที่มีประสิทธิภาพของโคมสูงที่สุด คือ ให้ปริมาณแสงออกมาจากตัวโคมเมื่อเทียบกับปริมาณแสงที่ออกจากหลอดให้มีค่าสูงที่สุด

แสงบาดตาของโคม เป็นค่าที่แสดงคุณภาพแสงของโคม ต้องเลือกโคมที่มีแสงบาดตาอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ไม่จ้าจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลกระทบกับสายตาในระยะยาวได้

กราฟการกระจายแสงของโคม(Distribution Curve) โคมมีหลายชนิดด้วยกันแต่ละโคมก็มีกราฟกระจายแสงของโคมต่างกัน การนำโคมไปใช้ต้องเลือกกราฟกระจายแสงของโคมที่เหมาะสมกับงาน

การระบายความร้อนของโคม โคมไฟฟ้าทีประหยัดพลังงานควรจะมีการระบายความร้อนได้ดี ถ้ามีอุณหภูมิสะสมในโคมมากเกินไปอาจทำให้ปริมาณแสงที่ออกจากหลอดลดลง เช่น โคมไฟส่องลงหลอดคอมแพคก์ถ้าไม่มีการระบายความร้อนที่ดีปริมาณลดลงถึง เป็นต้น

อายุการใช้งาน โคมไฟฟ้าทีประหยัดพลังงานต้องพิจารณาอายุการใช้งานด้วย เช่น โคมต้องทำด้วยวัสดุที่สามารถใช้งานได้นานตามที่ต้องการโดยไม่ผุกร่อน และไม่มีการเปลี่ยนรูปเมื่อมีการบำรุงรักษาเนื่องจากการเปลี่ยนหลอดหรือทำความสะอาด

สถานที่ติดตั้ง การเลือกใช้โคมแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับว่าต้องการนำไปใช้งานอะไรบ้างต้องการคุณภาพแสงมากน้อยเพียงใด หรือเน้นในเรื่องของปริมาณแสงแต่เพียงอย่างเดียว ต้องมีการป้องกันทางกล ป้องกันน้ำ ฝุ่นผงมากน้อยเพียงใด